บทที่ 10 ณิชจะเก็บเขาไว้
สองเดือนต่อจากนั้น
อาการโอ๊กอ๊ากที่เกิดขึ้นในช่วงระยะนี้ราวกับเป็นสัญญาณบอกณรชญาว่าบางครั้งชีวิตก็ไม่อาจจะราบรื่น หญิงสาวจ้องมองที่ตรวจครรภ์ที่ปรากฏขีดแดงด้วยกันถึงสองขีดทว่ายังไม่ทันจะถอนใจหนัก ๆ ก็มีคนที่ชิงถอนใจไปก่อนแล้ว
‘เฮ้อ...ทะลุยาคุมมาเชียวหลานฉัน โอ้ย ฉันจะเป็นลม’ เป็นมธุราที่ชิงถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาทันทีที่มองเห็นผลตรวจของเพื่อน ไม่คิดไม่ฝันว่าขนาดกินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ณรชญาก็ยังท้อง โลกจะไม่ใจดีกับเพื่อนเธอเลยหรือไงกัน
ณรชญาก็คิดไม่ต่างจากคำพูดของเพื่อนสาวสักเท่าไหร่ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอีกหนึ่งชีวิตเป็นผลพวงจากคืนนั้น ทั้งที่คนคนนั้นก็ป้องกันแล้ว และเธอก็กินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว แต่ก็ยังเกิดเรื่องขึ้น
พลาดตรงไหนกัน?
‘ณิช’ น้ำเสียงของวีรพลดังขึ้นทำให้คนเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องต้องหันไปมอง ชายหนุ่มถอนใจหนัก ๆ ก่อนจะสอบถาม ‘ณิชจะเอายังไง พี่ว่า...’
‘ณิชจะเก็บเขาไว้ค่ะ’ หญิงสาวตอบกลับโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เธอรู้ว่าวีรพลคิดอะไรอยู่ หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมกับวางมือลงบนหน้าท้องแบนราบที่ยังดูอย่างไรก็ไม่ออกว่ากำลังมีใครอีกคนค่อย ๆ เติบโตอยู่
ตอนนี้เจ้าตัวเล็กยังเป็นแค่ก้อนวุ้นเท่านั้นแต่เธอก็ไม่กล้าจะทำร้ายลูกจริง ๆ เจ้าวุ้นไม่ได้ผิดอะไร แล้วมีเหตุผลอะไรให้เธอต้องเอาออก
‘ณิชทำร้ายเขาไม่ลง อีกอย่างเขาไม่ได้ผิดอะไรด้วย’
‘‘งั้นให้พี่เป็น...’
‘ไม่ค่ะ’ ก่อนที่วีรพลจะได้พูดอะไรต่อหญิงสาวก็ขัดเขาอีกครั้ง ก่อนจะพยักพเยิดให้หันไปมองมธุราที่กำลังหยิบมะม่วงดองที่ซื้อมาให้เธอกินอย่างเมามันอยู่ ‘ไปดูแลลูกตัวเองเลย มิ้นก็ท้องอยู่นี่ค่ะ เรื่องอะไรมายุ่งกับลูกคนอื่นล่ะ’
มธุราแทบจะสำลักมะม่วงเมื่อเพื่อนพูดความลับของตัวเองที่วีรพลยังไม่รู้ เธอท้องจริง ๆ แต่ไม่ได้ทะลุยาคุมแบบเพื่อนหรอก มันเป็นเรื่องหลังจากตอนนั้นต่างหากแต่เธอไม่คิดจะบอกพ่อของลูก หญิงสาวเกิดอาการทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาทันทีจนต้องรีบคว้ากระเป๋า ‘กะ กลับละนะ’
‘เดี๋ยว มิ้น มิ้น’ วีรพลแทบไม่สนใจน้องสาวต่างสายเลือดแล้วเขารีบตามหญิงสาวไปในทันที ณรชญาไม่รั้งใครไว้ หญิงสาวระบายยิ้มก่อนจะเหลือบไปเห็นป้าธารทิพย์ที่กำลังถือปิ่นโตเข้ามาทางประตูด้านหลัง
‘ป้าทิพย์ มาค่ะณิชช่วยถือ’
‘ไม่ต้องเลย กำลังท้องกำลังไส้ อย่าทำอะไรเกินตัวรู้มั้ย’ คุณป้าเจ้าของบ้านเช่าผู้ใจดีพูดแล้วก็เป็นฝ่ายประคองคนท้องอ่อน ๆ ไปนั่ง ‘ต่อไปนี้อย่าลืมนะว่าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว จะเดินเหินอะไรก็ต้องระวัง ต้องการอะไร โทรหาป้า หรือถ้าป้าช่วยไม่ได้ เดี๋ยวป้าโทรหาลุงให้มาช่วย’
‘ป้าทิพย์ดีกับณิชมากเลย ขอบคุณนะคะ’ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม ตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้และมีป้าธารทิพย์กับลุงทวีเป็นเพื่อนบ้าน ท่านทั้งสองก็ดีกับเธอมาก ๆ ราวกับเธอเป็นลูกคนหนึ่งด้วยซ้ำ ยิ่งตอนที่ท่านทักว่าอาการของเธอเหมือนคนท้อง และมั่นใจว่าเธอท้องจริง ๆ ก็ยิ่งดูแลเธอเป็นอย่างดี
เธออดน้ำตาซึมด้วยความยินดีไม่ได้จริง ๆ หลายปีมานี้ ผู้ใหญ่ที่ใจดีกับเธอ ทำให้เธอคิดถึงวันวานที่พ่อแม่คอยดูแลอย่างเอาใจใส่ได้มีแค่ทั้งสองท่านเท่านั้น ช่างโชคดีจริง ๆ ที่ได้มาเจอกัน
ธารทิพย์ระบายยิ้มเป็นการรับคำขอบคุณก่อนจะสอบถาม อันเนื่องมาจากเห็นชายหนุ่มที่มักแวะมาหาหญิงสาวออกไปหลังไว ๆ ‘แล้วนี่ตกลงกับพ่อของตัวเล็กแล้วเหรอ เขาว่ายังไง เมียท้องไส้แบบนี้ทำไมไม่อยู่ดูแล’
ณรชญาจะยิ้มแหยก็ยิ้มไม่ออก หญิงสาวถอนใจเบา ๆ ก่อนจะแก้ไขความเข้าใจผิด ‘ไม่ใช่นะคะ พี่วีเป็นเพื่อนของณิชค่ะ ไม่ใช่พ่อของเจ้าตัวเล็ก’
‘แล้ว...’
ตาคู่นั้นของป้าธารทิพย์เต็มไปด้วยความสงสัย ณรชญารู้ดีว่าหากไม่พูดให้ชัดเจน อีกฝ่ายก็คงจะต้องเก็บความสงสัยไว้อย่างแน่นอน และท่านก็คงไม่กล้าสอบถาม หรือแสดงความอยากรู้ออกมา
ป้าธารทิพย์เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ถ้าเธอไม่พูดอะไรจริง ๆ ท่านก็คงไม่ถาม และไม่คิดเซ้าซี้ แต่หญิงสาวก็ไม่อยากปิดบังกับคนที่เธอมองเป็นแม่คนนึงไปแล้ว หญิงสาวถอนใจเบา ๆ ก่อนจะบอกเล่าออกไป ‘คือ...เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ’
ได้ฟังเรื่องราวของหญิงสาวธารทิพย์ก็ต้องถอนใจหนัก ๆ รู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของหญิงสาวเป็นอย่างมากจนต้องยื่นมือไปลูบไหล่เป็นการปลอบใจ ‘โชคชะตานี่มันยังไง ถึงได้ซ้ำเติมผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ ไม่เป็นไรนะ ถือว่ายังโชคดีที่หนูไม่ได้เสียท่าเพื่อนกับเสี่ยลามกนั่น’
‘ค่ะ ณิชก็คิดว่าอย่างนั้น’ ณรชญาคิดมาตลอดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้โชคร้ายจนเกินไป โชคดีที่เธอไม่เสียท่าเสี่ยคนนั้น และเธอไม่ได้มองว่าการเจอกับผู้ชายคนนั้นเป็นเรื่องแย่ ๆ กลับกัน เธอขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ได้เจอเขาอยู่ตลอด...ถ้าไม่ได้เจอคนคนนั้น ก็ไม่รู้ว่าเธอจะไปเจอคนดีหรือไม่ดี และจะเกิดอะไรขึ้น
แม้ว่าจะมีผลพวงจากคืนนั้นมาอยู่ในท้องเธอก็เถอะ...แค่ไม่เสียท่าให้คนไม่ดีก็ดีมากแล้ว
